2008/Jul/19

 พยายามเข้าใจกับความรักที่เธอเคยบอก

ความรักที่ไม่จำเป็นต้อง"ครอบครอง"

ความรักที่ ได้เพียงรักคนที่เรารักก็"เพียงพอ"แล้ว

แต่บางที ความรักก็ต้องการความมั่นใจ ว่าเรายังมีคนที่รักเราอยู่เหมือนกัน

การรักอยู่ไปเรื่อย เรื่อย มีความสุขเบบวันต่อวัน

กับบางคนที่เป็นผู้เริ่มรัก มักรู้สึกว่ามัน "อีกนานไหม"

กับอีกคนที่เป็นผู้รับรัก กับรู้สึกเป็นความคุ้นตา

เริ่มเข้าใจ หรือ จนใจ....?

"บางทีคนพิเศษ ไม่จำเป็นต้องเป็นคนเดียวกับคนที่เราใช้คำว่าแฟน"

ให้พื้นที่กับคนพิเศษ และยังรู้สึกกับคนพิเศษ แม้มันจะนานไป นาน เนิ่น

-------++++++

ก็เพราะฉันยังต้องการ เธอ

และฉันยังไม่แน่ใจว่าจะลืมเธอได้

ลืมเธอไป .......

......รักฉันต้องรออีกนานสักเพียงไหน

ใจละลายเริ่มชินกับความเหงา

---อีกนาน เท่าไหร่---

 

edit @ 19 Jul 2008 12:54:29 by Why^yoโกลเด้นท์

2008/Mar/27

01.05 AM

เป็นเวลานานมากที่ฉันได้ทอดทิ้งบ้านหลังนี้ไป

ยอมรับ และรู้สึกผิดที่ไม่ได้เข้ามาแม้แต่เปิดประตูเยี่ยมชมมัน

ทั้ง ทั้งที่เป็นบ้านที่แสนจะน่าอยู่ สงบ เป็นส่วนตัว

ความจริงช่วงเวลาที่ไม่ได้แวะเข้ามาบ้าน ฉันก็ยังคงมีเรื่องราวมากมาย

ที่บันทึกไว้ เมื่อเวลามันผ่านไป ฉันก็ไม่อยากเอามันเก็บมาใส่ไว้ในบ้านแล้ว

เพราะมันผ่านมา... ไม่รู้สิฉันมีความคิดและความรู้สึกว่า การมานั่งทำอะไรย้อนหลังบางที

มันอาจผิดเพี้ยน ผิดอารมณ์ ผิดความรู้สึกไปถนัดได้

ฉันมักจะเข้าบ้านมาและขีด ขีด เขียน เขียน ด้วยความรู้สึก ณ ตอนนั้น เป็นปัจจุบันที่สุด

เมื่อเราได้กลับมาอ่านมันอีกทีทำให้รู้สึกถึงภาพและความรู้สึกที่แท้จริงนั้นได้จริงจริง

-------- - - - -------------------------------- - - - - --------------------------------

อีกไม่กี่วันก็ถึงเทศกาลที่น่ารักที่สุดที่ฉัน และหลาย หลายคนชอบ "สงกรานต์" ไง

สงกรานต์ทุกปีไม่รู้ว่าเป็นอะไรมันทำให้ฉันนึกถึงเชียงใหม่ทุกครั้ง และไม่ยอมที่จะไปสถิตย์ที่แห่งหนใด

ได้นอกจากที่เชียงใหม่ ปีแล้ว ปีเล่า "หลงเสน่ห์สงกรานต์เชียงใหม่" อย่างแรงจริง จริง

แต่ก็มีอีกหลาย หลายเทศกาล ที่รู้สึกว่าที่ไหน ไหนก็ ไม่ได้ความรู้สึกเหมือนอยู่เชียงใหม่อีกแล้ว

--- -- -- -- -------------------------------------------------------------- - - - -------

ตอนนี้ หัวมึน มึน มากถึงมากที่สุด

ปวดสมองและสายตาอย่างแรง

เครียดจนสิวกระจาย

คนเรายิ่งโต ยิ่งมีเรื่องราวมากมายให้พบเจอเนอะ

ปรกติฉันเป็นคนที่ไม่ท้อ และ บ่ ยั่น เลย

แต่ไม่รู้สิว่าเพราะอะไร ทำให้เด๋วนี้ ฉันรู้สึก "เหนื่อย " ง่าย จัง

หรือเพราะ เวลา ที่ฉันได้ฝ่าฟันมา มันนาน กับความสุข ที่ค่อย ค่อยหดหายเลยไป

จนไม่สามารถเรียก "ศรัทธา" ในบางอย่างกลับคืนมาได้

----------------------------------------------------------------------------------

ในชีวิตฉัน ได้ลำดับความสำคัญและจำแนกเป็นอัตราร้อยละไว้เสมอ

อดีต

งาน 80%

ครอบครัว 5%

เพื่อน 8%

ตัวเอง 2%

หัวใจ 0%

อีก 5% เก็บรักษาไว้นิ่ง นิ่ง เฉย เฉย

ที่ผ่านมา

งาน 30%

เรียน60%

ครอบครัว 2%

เพื่อน 3%

ตัวเอง 1%

สังคม 2%

ความไร้สาระ2%

ปัจจุบัน

งาน 10%

เรียน 80%

ครอบครัว 2%

เพื่อน 5%

หัวใจตัวเอง 3%

อนาคต

ครอบครัว 20%

เพื่อน 20%

สังคม 20%

ตัวเองและคนข้าง ข้าง  30%

ปล่อยว่างไว้สำหรับการเรียนรู้ 10%

มันอาจเป็นสัดส่วนที่ดูแล้วไม่น่าลงตัวนะ แต่ในลึก ลึกของสัดส่วนนั้น ยังมีตัวแปรอีกมาก

ที่ฉันต้องจัดให้มาเป็นฐานข้อมูลชีวิตตัวเอง

แต่ก่อนที่จะก้าวข้ามไปถึงอนาคต ก็ต้องรีบเคลียปัจจุบันให้มีค่าคงค้าง เท่ากับศูนย์ให้หมด

หรือให้ผลลัพท์มีค่าที่ค่าความเบี่ยงเบนน้อยที่สุด ควมชัดเจน และความเป็น"ชัดเจน"สูงขึ้น

------หลาย หลายคน ยังอาจ งง กับการจัดการชีวิต หลาย หลายคน ยังอาจจับจุดไม่ได้---

แต่จงเชื่อมั่นในตัวเอง และค้นหาแนวทางตัวตนของตนเองให้เจอ เพื่อให้ทุกก้าวที่ต้องเดินทาง มีแต่ความสนุก

มั่นคงในความรู้สึกตัวเอง มั่นคงในความเป็นตัวเอง ศรัทธา ในตัวเอง

"จุดยืน" กราฟชีวิตของเราจะอยู่ในมาตราฐานระดับความสุขที่เกินปรกติ

 มีโลกส่วนตัวสูง ดีกว่าเข้าไปอยู่ในโลกส่วนตัวของผู้อื่นสูง เกินอัตรา

พระเจ้าคุ้มครอง ทุกคน

WhYyO

 

 

2007/Oct/07

ช่วงเวลา 24 ชั่วโมง กีบสิ่งที่ได้พบเจอ เป็นแสนล้าน
มีทั้ง ดี แย่ บวก ลบ แตกต่งกันออกไป
นั่นคือ อยู่ที่เราว่าจะหยิบเอาอะไรมาใส่ในชีวิตตัวเอง
สิ่งที่ยากที่สุดคือการ การทำชีวิต ความคิด เป็นกลาง ,คิดแบบน้ำครึ่งแก้ว
อารมณ์ ความรู้สึกนึกคิด ของคน ฉันเชื่อ ว่าไม่มีใครที่จะสามารถควบคุม
และดำเนินในทาง บวก ได้โดยง่าย

ฉันก็เป็นอีกคนหนึ่งเช่นกัน
ฉันยังมีความอิจฉา ที่ทำได้ไม่ดีกว่าคนอื่นเขา
ฉันยังมีความโลภ ที่ต้องการของมีมูลค่า
ฉันยังมีความต้องการ ที่ให้ตัวเองชนะ
และฉันก็ยัง มีความโกรธ โมโห ที่เมื่อมีบางสิ่งมาทำให้สะดุดอารมณ์
เพราะฉันยังเป็นมนุษย์ ธรรมดา ที่ตามวงจรชีวิต ความคิดมีทั้งด้านดี เลว ร้าย

ใน 1 ชีวิตของฉัน
หากแต่ว่า ฉันนำความรู้สึกด้านลบเหล่านี้

มาเป็นแรงผลัก ให้ก่อเกิด สิ่งที่ดีขึ้นมา
มันยาก ทุกอย่างก็สามารถสำเร็จได้ ถ้าฉันจะทำ

หากเมื่อใดที่ฉันมีความรู้สึกอิจฉา เห็นเขามี เขาเด่น เขาเก่ง

ฉันก็นำสิ่งเหล่านี้มาเป็นแรงผลัก
กำลังใจให้ตัวเองเพื่อสู่ความสำเร็จอย่างที่เรา อยาก
มากกว่าที่จะเลือกทำร้ายผู้อื่น เพื่อให้เขาล้ม แล้วเราจะเป็นผู้ชนะ
ซึ่ง มันก็ไม่น่าจะภูมิใจ ดีใจสักนิด หากสิ่งที่ฉันได้มา ชนะ มันจะต้อง
ทำร้าย ทำลาย สิ่งรอบข้าง
ไม่ได้ดีใจหากจะมีชีวิตอยู่ได้เพราะลมหายใจคนอื่นตลอดเวลา

..สิ่งที่สำคัญ มันอยู่ที่ว่า เราจะเลือกจัดการกับชีวิตเราอย่างไร
เราบังคับให้มันเป็นหรือให้บังเกิดกับเราไม่ได้ทุกอย่าง แต่เรา เลือก ที่จะทำให้มันดีได้

..ฉันไม่ได้เป็นคนที่ดีอะไรมากมาย
แต่ฉีนก็สำนึก คิดได้ อยู่เสมอว่า ถ้าฉัน ไม่สามารถให้,ช่วยเหลือ ,แบ่งปัน,ทำสิ่งทีดีได้
ฉันก็จะเลือกที่จะไม่เบียดเบียนผู้อื่น

หากฉันไม่สามารถเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ได้ ฉันก็จะไม่เอาเปรียบ
สิ่งต่าง ๆที่ฉันไม่ชอบ ฉันก็เลือกที่จะไม่ทำกับผู้อื่น


ชีวิตคนกับการจัดการกับอารมณ์ ความคิดมันเป็นสิ่งที่ยากที่สุด
ในเมื่อเราไม่สามารถเดินมาทางสายกลางได้ (เพราะฉันก็ยังไม่ตรัสรู้)
ก็ไม่ควรที่จะเลือก
เดินคร่อมเลนส์ ชีวิต ผู้อื่น


...นิสัยที่เสียของฉันที่สุดคือ ฉันเก็บสีหน้าไม่เก่ง
เหมือนแก้วที่มันร้าวแม้มันจะต่อจนใส่น้ำไม่รั่วได้เป็นปรกติ
แต่มันก็ยังมีรอย เมื่อฉันจะดื่มน้ำ ก็ต้องคอยระวังตัว ว่าเมื่อไหร่มันจะแตก และบาดมือฉัน อีก

สิ่งที่ฉันทำได้ดีที่สุดใส่หลอดดูด แล้วก้มลงดูดน้ำ มากกว่าจะยกมันขั้นมาดื่ม
ฉันก็ไม่ได้เลือกที่จะเลิกใช้มัน แม้บางที มันไม่สามารถที่จะใส่แม้กระทั่งน้ำดื่มได้
ฉันก็จะนำมันมา ใส่ของอย่างอื่น แทนได้

.....เช่นเดียวกับผู้คนที่ฉันเจอ เมื่อมีสิ่งมาทำให้ ฉัน รู้สึก แย่
ฉันรับได้ แต่ไม่ได้หมายถึงฉันต้องอดทนรับ
เลือกที่จะ ใช้คำว่า "เป็นปรกติ" มากกว่า "เป็นพิเศษ" หรือ "รู้สึกดี" ก็เท่านั้น

...ในความเป็นผู้ใหญ่ของทุกคน ก็ย่อมแฝงด้วยความเป็นเด็กไว้เสมอ
ไม่มีดี และดีที่สุด มันอยู่ที่ว่า ใครต่างหากที่จะเลือกทำเพื่อตัวเองน้อยที่สุด

..มนุษย์...
เลือกที่จะคบในด้านที่เราคบได้
เลือกที่จะแสดงออก ในด้านที่เหมาะสม
เลือกที่จะเลี่ยง ดีกว่าต้องทำร้าย
ฉัน ไม่ได้ใช่คนดี มีเมตตา มากมาย
ฉันปลอบใครไม่เป็น โอ๋ใครไม่ได้ ก็เลือกที่จะนิ่ง ฟัง และทำให้มันสนุก ซึ่งถนัดกว่า
ฉันไม่ได้ใจร้าย แต่ ฉันคิดว่าไม่ได้จำเป็นต้องมาแสดงบทใจดี 24ชั่วโมง
เวลา 24 ชั่วโมง มันมีอะไรน่าคิด น่าค้นคว้า มากกว่าจำนวนชั่วโมงที่นับได้ซะอีก

--- เพราะชีวิตเปลี่ยนไปตามจังหวะและโอกาสที่เราเจอ--

คำถาม : ทำไมกัน..กับคนบางคน แม้จะไม่เอื้อเฟื้อก็ยังมาเห็นแก่ตัว อีก?

คำตอบ: ทุกคนย่อมเห็นแก่ตัวเป็นอันดับแรก เป็นเรื่องปรกติ ?

คำถาม: เห็นแก่ตัวเองก่อนเป็นเรื่องปรกติ ก็มีหลากหลายวิธี ที่จะทำ ทำไมต้องมาเลือกทำให้ตัวเองด้วยวิธีที่เอาเปรียบคนอื่น ?

---มันไม่แปลก แต่มันดูไม่สมควร ไม่น่ารักเท่านั้นเอง--

---มันไม่ใช่เรื่องราวน่าสนใจ แต่ก็เลือกบันทึกไว้

เพื่อ อุทิศ/ระลึก แด่ ใคร เขา เธอ ฉัน มัน แก หนู......

ที่เคยทำ หรือ ถูก แย่ง/ขโมย 24 ชั่วโมงไป

และเคยคร่อม หรือ ถูก คร่อมเลนส์ชีวิตมาแบบเสี่ยว ๆ กัน

พระเจ้าคุ้มครองคุณ

WHYYO